ประเด็นสำคัญ
- พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนได้ในระดับเอพิจีเนติกส์ ซึ่งอาจส่งผลข้ามรุ่นและกำหนดความสามารถทางสรีรวิทยาของเรา.
- นักดำน้ำอิสระ Bajau มีม้ามที่ใหญ่กว่าปกติถึง 50% ทำให้สามารถกักเก็บและปล่อยเม็ดเลือดแดงที่อุดมด้วยออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น ช่วยให้ดำน้ำได้นานขึ้นและปลอดภัยขึ้น.
- นักดำน้ำ Haenyeo (สตรีแห่งท้องทะเล) ชาวเกาหลี แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวทางสรีรวิทยาและพันธุกรรมที่น่าทึ่ง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลงอย่างมากขณะดำน้ำ และการมียีนที่ช่วยลดความดันโลหิตขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกลไกป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต.
ในโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจเกี่ยวกับพันธุกรรมของเราก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดร. เมลิสซา อิลาร์โด (Dr. Melissa Ilardo) ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมมนุษย์และเอพิจีเนติกส์ ได้มาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการที่พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของเราสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงออกของยีนได้อย่างน่าทึ่ง
พฤติกรรมเปลี่ยนยีน: เหนือกว่าพันธุกรรมแบบเมนเดล
เราทุกคนคุ้นเคยกับพันธุกรรมแบบเมนเดลที่กำหนดลักษณะทางกายภาพ เช่น สีตา แต่ ดร. อิลาร์โดเน้นย้ำว่า เอพิจีเนติกส์ (Epigenetics) แสดงให้เห็นว่ายีนของเราไม่ได้ถูกกำหนดมาตายตัว พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในจีโนม ซึ่งส่งผลต่อการแสดงออกของยีน และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บางครั้งสามารถส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นได้ ตัวอย่างเช่น ประชากรที่ประสบภาวะอดอยากหรือบาดแผลทางจิตใจ อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางเอพิจีเนติกส์ที่ส่งผลต่อการปรับตัวของลูกหลาน
การเลือกคู่: เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในยีน
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเลือกคู่ครองของเราก็ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมโดยไม่รู้ตัว งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทั้งในหนูและมนุษย์ เรามักจะถูกดึงดูดไปยังคู่ที่มีระบบภูมิคุ้มกัน (Major Histocompatibility Complex - MHC) ที่แตกต่างจากเรามากที่สุด ซึ่งเรารับรู้ได้จากกลิ่นตัว สิ่งนี้เป็นกลไกทางธรรมชาติที่ช่วยให้ลูกหลานของเรามีชุดยีนภูมิคุ้มกันที่หลากหลายขึ้น สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้กว้างขวางขึ้น
นักดำน้ำ Bajau: มนุษย์กับม้ามมหัศจรรย์
ดร. อิลาร์โดได้ศึกษาชนเผ่า Bajau ในอินโดนีเซีย หรือที่เรียกว่า 'ชาวเล' ผู้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในทะเลและดำน้ำอิสระเพื่อหาอาหาร พวกเขาสามารถกลั้นหายใจได้นานหลายนาที และดำน้ำลึกถึง 100 ฟุต การศึกษาพบว่าชาว Bajau มีม้ามที่ใหญ่กว่าประชากรทั่วไปถึง 50% โดยเฉลี่ย ม้ามที่ใหญ่ขึ้นนี้ทำหน้าที่เหมือน 'ถังออกซิเจนชีวภาพ' ที่สามารถบีบตัวเพื่อปล่อยเม็ดเลือดแดงที่อุดมด้วยออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นถึง 10% ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการดำน้ำและอยู่ใต้น้ำได้อย่างปลอดภัย การปรับตัวนี้ยังเชื่อมโยงกับระดับฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งส่งผลต่อการผลิตเม็ดเลือดแดงและการขยายตัวของม้าม
Haenyeo: สตรีแห่งท้องทะเลกับการปรับตัวในน้ำเย็น
อีกหนึ่งกลุ่มคนที่น่าทึ่งคือ Haenyeo (แฮ-นยอ) หรือ 'สตรีแห่งท้องทะเล' ในเกาหลีใต้ นักดำน้ำหญิงเหล่านี้มีอายุเฉลี่ยประมาณ 70 ปี และยังคงดำน้ำในน้ำเย็นจัดโดยไม่มีชุดเวทสูทจนถึงยุค 80s พวกเธอแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวทางสรีรวิทยาที่โดดเด่น เช่น อัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลงอย่างมาก (มากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีใน 15 วินาที) ขณะดำน้ำ นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวทางพันธุกรรมที่ช่วยลดความดันโลหิตขณะดำน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ดำน้ำขณะตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง
วิวัฒนาการยังคงดำเนินต่อไป
การศึกษาประชากรเหล่านี้ตอกย้ำว่าวิวัฒนาการของมนุษย์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของชาวทิเบตต่อสภาพอากาศบนที่สูง หรือชาวอินูอิตในกรีนแลนด์ที่ปรับตัวให้เผาผลาญไขมันจากสัตว์ทะเลได้ดีขึ้น อาหารและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการคัดเลือกทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ดร. อิลาร์โดและ Andrew Huberman ยังได้พูดคุยถึงประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น จริยธรรมของการแก้ไขยีนในมนุษย์ และผลกระทบของชุดความคิด (Mindset) ที่สามารถส่งผลต่อศักยภาพทางพันธุกรรมของเราได้อย่างไร
เนื้อหาของ Dr. Andrew Huberman และ Dr. Melissa Ilardo มีความละเอียดและน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการปรับตัวทางพันธุกรรมและเอพิจีเนติกส์ ขอแนะนำให้ดูฉบับเต็มเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ดูคลิปเต็มด้านบนเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม หรืออ่านบทความเชิงลึกอื่น ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพและสมรรถภาพ