ถอดรหัสลับผิวสวยสุขภาพดี: เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง Dr. Teo Soleymani

วันนี้เรามาสรุปคลิปสุดเข้มข้นจากช่อง Andrew Huberman ที่ได้เชิญ Dr. Teo Soleymani ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและศัลยแพทย์ผิวหนังมาพูดคุยเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพผิว ความงาม และการมีผิวที่ยืนยาว ซึ่งมีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่สนใจดูแลผิวอย่างถูกวิธีตามหลักวิทยาศาสตร์

ดูวิดีโอต้นฉบับบน YouTube

สารบัญวิดีโอ

ประเด็นสำคัญ

  • ผิวหนังมีการผลัดเซลล์ใหม่ทุก 28 วัน และความเครียดเรื้อรัง รวมถึงนิโคตินและแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูและเร่งให้ผิวแก่ก่อนวัย
  • การดื่มน้ำปริมาณมากไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อความชุ่มชื้นของผิวเท่ากับการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว และการทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำลายไมโครไบโอมตามธรรมชาติของผิว
  • ครีมกันแดดชนิดแร่ธาตุ (Zinc Oxide, Titanium Dioxide) และการป้องกันด้วยวิธีทางกายภาพ (เสื้อผ้า, หมวก) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการปกป้องผิวจากแสงแดด เนื่องจากครีมกันแดดเคมีบางชนิดอาจถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
  • เรตินอยด์ (เช่น Tretinoin) ชนิดที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เป็นสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน และลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ซึ่งแตกต่างจากเรตินอลทั่วไป
  • การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เน้นผักผลไม้ และลดอาหารที่ก่อให้เกิดการอักเสบและน้ำตาลสูง มีส่วนสำคัญในการปรับปรุงปัญหาสิว โรคสะเก็ดเงิน และสุขภาพผิวโดยรวม

บทนำ: ผิวหนัง อวัยวะมหัศจรรย์และตัวบ่งชี้สุขภาพ

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมีการผลัดเซลล์ใหม่ทุกๆ 28 วัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่น่าทึ่งที่ทำให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ความเข้าใจนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลสุขภาพผิวและความงาม

ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อผิว

  • ความเครียด: ทั้งความเครียดเฉียบพลันและเรื้อรังส่งผลกระทบอย่างมากต่อผิว ความเครียดเรื้อรังทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้น ซึ่งไปสลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบางลงและเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้น การลดความเครียดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดี
  • คาเฟอีนและนิโคติน: คาเฟอีนในปริมาณปกติมีผลต่อผิวเพียงเล็กน้อยและชั่วคราว แต่เครื่องดื่มร้อนอาจทำให้ผิวหน้าแดงได้มากกว่า ส่วนนิโคตินเป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง การใช้เป็นประจำจะเร่งให้ผิวแก่เร็วขึ้นและส่งผลเสียต่อการสมานแผลอย่างมาก
  • แอลกอฮอล์: โดยทั่วไปแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อผิวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ผิวขาดน้ำ ผลิตน้ำมันมากขึ้น และอาจทำให้เกิดการอักเสบ รวมถึงส่งผลกระทบต่อไมโครไบโอมในลำไส้ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาสิวและผิวเสีย

การดูแลผิวพื้นฐานที่ถูกต้อง

  • การดื่มน้ำ: การดื่มน้ำปริมาณมากไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อความชุ่มชื้นของผิวในคนปกติ แต่สำคัญต่อสุขภาพโดยรวม หากร่างกายขาดน้ำ ผิวจะได้รับผลกระทบ
  • มอยส์เจอร์ไรเซอร์: เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแห้ง ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวเพื่อลดการสูญเสียน้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ “ไม่อุดตันรูขุมขน” (non-comedogenic) และเหมาะสมกับสภาพผิว (ผิวมัน/ผิวแห้ง) ผลิตภัณฑ์เนื้อข้นอย่างครีมหรือออยเมนต์ให้การปกป้องที่ดีกว่าสำหรับผิวแห้งมากหรือผิวที่มีปัญหา เช่น ผิวเป็นผื่นแพ้
  • การทำความสะอาดผิว: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม และผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง (hypoallergenic) เช่น สบู่ก้อนสีขาวที่อ่อนโยน หรือผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณสมบัติเหล่านี้ การทำความสะอาดผิวที่มากเกินไปจะทำลายไมโครไบโอมตามธรรมชาติของผิว ทำให้เชื้อโรคก่อตัวขึ้นได้ง่ายขึ้น ความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับสภาพผิวและกิจกรรมในแต่ละวัน

แสงแดดและครีมกันแดด

  • ประโยชน์ของแสงแดด: แสงแดดมีส่วนช่วยในการสร้างวิตามินดีและส่งผลดีต่ออารมณ์และสุขภาพจิตโดยรวม การได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่ทำให้ผิวไหม้หรือแดง (ประมาณ 15-20 นาทีในบริเวณแขน) เป็นสิ่งที่ดี
  • การปกป้องแสงแดด: การใช้สิ่งกีดขวางทางกายภาพ เช่น เสื้อผ้า หมวก และการอยู่ในที่ร่ม มีประสิทธิภาพดีกว่าครีมกันแดด
  • ครีมกันแดดชนิดแร่ธาตุ (Mineral Sunscreens): ส่วนผสมหลักคือ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนและดูดซับรังสี UV โดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในผิวหนัง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกที่มี SPF 30 ขึ้นไป และระบุว่า “Broad Spectrum” (ปกป้องทั้ง UVA และ UVB)
  • ครีมกันแดดชนิดเคมี (Chemical Sunscreens): ส่วนผสมเช่น Oxybenzone, Octocrylene อาจถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและมีหลักฐานบางส่วนที่ชี้ว่าอาจส่งผลต่อระบบต่อมไร้ท่อหรือระบบประสาท

อาหารเสริมและทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพผิว

  • อาหารเสริมที่มีสารสกัด Polypodium: สารสกัดจากเฟิร์นในป่าอเมซอน ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานของผิวต่อแสง UV และลดความเสี่ยงผิวไหม้จากแดด รวมถึงช่วยปกป้องผิวจากแสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของฝ้า ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องปริมาณที่เหมาะสม
  • โภชนาการและ Microbiome ในลำไส้: การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เน้นอาหารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) และมีดัชนีน้ำตาลต่ำ (low glycemic index) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพผิว อาหารแปรรูปและน้ำตาลสูงจะทำให้อาการสิวและผิวอักเสบแย่ลง
  • เรตินอยด์ (Retinoids): ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (เช่น Tretinoin) มีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว สร้างคอลลาเจนใหม่ ลดริ้วรอย และลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง ต่างจาก “เรตินอล” (Retinol) ที่ขายตามร้านค้าทั่วไปซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพเท่าที่ควร
  • เลเซอร์ผิว: การทำเลเซอร์แบบ Non-ablative Fractionated Laser Resurfacing สามารถช่วยฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย และลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังได้ถึง 20% โดยมีระยะพักฟื้นน้อยกว่าเลเซอร์แบบ Ablative
  • Red Light และ Near-Infrared Light Therapy: แสงสีแดงและแสงอินฟราเรดใกล้มีแนวโน้มที่จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในผิวหนัง ฟื้นฟูสภาพผิวหลังการทำหัตถการ และอาจช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมได้

การจัดการปัญหาสภาพผิวต่างๆ

  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis): เกิดจากการทำงานที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง การควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และการใช้แสง UV (Phototherapy) สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้
  • โรคด่างขาว (Vitiligo): เป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี การรักษาเน้นการกดภูมิคุ้มกันและการใช้แสง UV ผู้ป่วยโรคด่างขาวมักมีความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังต่ำกว่าคนทั่วไป
  • สิว (Acne): เกิดจากการผลิตน้ำมันมากเกินไป แบคทีเรียเจริญเติบโต และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ การดูแลรักษาสิวต้องจัดการทั้งสามส่วนนี้ อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงและผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำบางชนิดอาจทำให้อาการสิวแย่ลง การบีบสิวอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
  • โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย (Rosacea): มักแสดงออกด้วยอาการหน้าแดง เส้นเลือดฝอยแตก และอาจมีสิวร่วมด้วย ปัจจัยกระตุ้นได้แก่ แสงแดด อาหารรสจัด เครื่องดื่มร้อน และแอลกอฮอล์ การรักษาอาจรวมถึงเลเซอร์เพื่อลดรอยแดง
  • โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Eczema): เกิดจากความบกพร่องของเกราะป้องกันผิว พันธุกรรม และการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้น ไร้น้ำหอม และหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นเป็นสิ่งสำคัญ

มะเร็งผิวหนังและการตรวจคัดกรอง

  • การตรวจคัดกรอง: ควรเข้ารับการตรวจผิวหนังประจำปีกับแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหาความผิดปกติของไฝหรือรอยโรคบนผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง มะเร็งผิวหนังที่อันตรายบางชนิดอาจเกิดขึ้นในบริเวณที่ไม่โดนแสงแดด
  • มะเร็งผิวหนังที่เกิดจาก HPV: มะเร็ง Squamous Cell Carcinoma บางชนิด โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่โดนแสงแดด เช่น อวัยวะเพศหรือช่องปาก มีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ HPV วัคซีน HPV (Gardasil) มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และแนะนำให้ทุกคนได้รับวัคซีน

เนื้อหาของ Dr. Andrew Huberman และ Dr. Teo Soleymani มีความละเอียดและเป็นวิทยาศาสตร์สูงมาก การทำความเข้าใจผิวหนังในฐานะอวัยวะที่ซับซ้อน จะช่วยให้คุณดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ดูคลิปเต็มด้านบนเพื่อข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรืออ่านบทความเชิงลึกอื่น ๆ ต่อไปเพื่อสุขภาพที่ดีองค์รวมของคุณ!