ประเด็นสำคัญ
- หลักการ 'NEW START' คือเสาหลักในการเสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพองค์รวมอย่างยั่งยืน.
- แสงแดด โดยเฉพาะรังสีอินฟราเรด มีผลลึกซึ้งต่อไมโทคอนเดรีย ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญ.
- การบำบัดด้วยน้ำ (ร้อนและเย็น) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด เพิ่มการสร้างอินเทอร์เฟอรอน และปลดปล่อยเม็ดเลือดขาว.
- N-Acetyl Cysteine (NAC) และ Zinc เป็นสารเสริมที่มีหลักฐานรองรับในการลดความรุนแรงของอาการไข้หวัดใหญ่และเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน.
- Long COVID มักเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของไมโทคอนเดรีย ซึ่งสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น การได้รับแสงแดดและการทำ Intermittent Fasting.
Dr. Roger Seheult ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและเวชศาสตร์การนอนหลับ ได้แบ่งปันหลักการสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพองค์รวม โดยใช้หลักการที่เรียกว่า “NEW START” ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
หลักการ “NEW START” เพื่อสุขภาพองค์รวม
Dr. Seheult แนะนำหลักการ “NEW START” ซึ่งเป็นคำย่อที่ช่วยให้เราจดจำเสาหลักของการมีสุขภาพที่ดีได้ง่ายขึ้น ได้แก่:
- N - Nutrition (โภชนาการ): เน้นอาหารธรรมชาติ ไม่ผ่านการแปรรูปให้มากที่สุด
- E - Exercise (การออกกำลังกาย): การออกกำลังกายระดับปานกลางช่วยลดการอักเสบ แต่การออกกำลังกายที่หนักเกินไปอาจส่งผลเสียต่อภูมิคุ้มกันได้
- W - Water (น้ำ): การดื่มน้ำเพียงพอสำคัญต่อการทำงานของไตและรักษาสมดุลโซเดียม นอกจากนี้ การบำบัดด้วยน้ำ (Hydrotherapy) เช่น การแช่น้ำร้อน ซาวน่า หรือการอาบน้ำเย็น ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดได้
- S - Sunlight (แสงแดด): เป็นส่วนสำคัญที่ Dr. Seheult เน้นย้ำเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เรื่องจังหวะนาฬิกาชีวภาพ แต่รังสีอินฟราเรดในแสงแดดสามารถทะลุผ่านผิวหนังและกระตุ้นไมโทคอนเดรียให้ผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง การได้รับแสงแดดเพียง 15-20 นาทีต่อวันก็เพียงพอแล้ว
- T - Temperance (ความพอประมาณ): หลีกเลี่ยงสารพิษต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ หรือการสูบไอ (Vaping) ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอดอย่างยิ่ง
- A - Air (อากาศ): การได้รับอากาศบริสุทธิ์และการ “อาบป่า” (Forest Bathing) สามารถช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดได้ เนื่องจากสาร Phytoncides ที่ปล่อยออกมาจากต้นไม้มีผลดีต่อร่างกายและลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด)
- R - Rest (การพักผ่อน): การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบภูมิคุ้มกันที่ดี รวมถึงการตอบสนองของแอนติบอดีหลังการฉีดวัคซีน
- T - Trust (ความเชื่อ): ความเชื่อในอำนาจที่สูงกว่าหรือการมีชุมชนที่เข้มแข็งช่วยลดความเครียดและส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ
แสงแดด: พลังงานอินฟราเรดกับไมโทคอนเดรีย
Dr. Seheult อธิบายว่าแสงแดดมีผลต่อร่างกายลึกกว่าที่เราคิด นอกจากแสงที่มองเห็นได้และรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) แล้ว รังสีอินฟราเรด (Infrared light) ซึ่งคิดเป็น 52% ของพลังงานจากดวงอาทิตย์ สามารถทะลุผ่านผิวหนังและเสื้อผ้าได้ลึกถึง 8 เซนติเมตร แสงอินฟราเรดนี้จะไปกระตุ้นไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ ให้ผลิตเมลาโทนินในปริมาณที่สูงกว่าที่ผลิตโดยต่อมไพเนียลถึง 20 เท่า เมลาโทนินที่ผลิตในไมโทคอนเดรียนี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานในเซลล์
งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าแสงแดดช่วยลดการอักเสบ (โดยวัดจากระดับ CRP) เพิ่มความไวของอินซูลิน และลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็ง การได้รับแสงแดดอย่างพอเหมาะจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่แสงแดดน้อย หลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร ทำให้ขาดการสัมผัสกับแสงแดดที่จำเป็นนี้
การบำบัดด้วยน้ำ (Hydrotherapy) เพื่อภูมิคุ้มกัน
การบำบัดด้วยน้ำร้อน เช่น ซาวน่า หรือการประคบร้อน ช่วยเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย ซึ่งกระตุ้นการหลั่งสารอินเทอร์เฟอรอน (Interferon) ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดที่สามารถต่อสู้กับไวรัสได้หลากหลายชนิด ในทางกลับกัน การสัมผัสความเย็น เช่น การอาบน้ำเย็น จะทำให้หลอดเลือดหดตัว และปลดปล่อยเม็ดเลือดขาวที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับภัยคุกคามได้ดีขึ้น การบำบัดด้วยความร้อนและเย็นจึงเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่โบราณ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
อากาศบริสุทธิ์และการ “อาบป่า”
การอยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือการ “อาบป่า” (Forest Bathing) ที่ญี่ปุ่น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน สาร Phytoncides ที่ต้นไม้ปล่อยออกมาในอากาศ มีผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดและช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เกี่ยวข้องกับความเครียด
วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ประโยชน์และความเสี่ยง
Dr. Seheult แนะนำว่าสำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยจำนวนมาก เช่น บุคลากรทางการแพทย์ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ โดยวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ 100% แต่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันล่วงหน้า เปรียบเสมือน “ชีสหลายแผ่น” ในแบบจำลอง Swiss Cheese Model ที่แต่ละชั้นของการป้องกันช่วยลดความเสี่ยงโดยรวม
N-Acetyl Cysteine (NAC) และ Zinc: สารเสริมภูมิคุ้มกัน
- NAC: เป็นสารตั้งต้นของกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกาย NAC ยังมีคุณสมบัติเป็นยาละลายเสมหะ (Mucolytic) ช่วยลดความหนืดของเสมหะ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า NAC สามารถลดความรุนแรงของอาการไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 50% แม้ว่าจะไม่ลดจำนวนการติดเชื้อก็ตาม Dr. Seheult แนะนำให้รับประทาน 600 มิลลิกรัม วันละสองครั้งในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่มีความเสี่ยงสูง
- Zinc: เป็นโคแฟกเตอร์ที่สำคัญสำหรับเอนไซม์หลายชนิดในระบบภูมิคุ้มกัน การเสริม Zinc ในปริมาณ 40 มิลลิกรัมต่อวัน (Elemental Zinc) อาจมีประโยชน์ แต่ควรตรวจสอบระดับทองแดงในร่างกายด้วย เนื่องจาก Zinc ในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดภาวะขาดทองแดงได้
น้ำมันยูคาลิปตัส: ตัวช่วยระบบภูมิคุ้มกัน
งานวิจัยในหลอดทดลองชี้ว่าน้ำมันยูคาลิปตัสปริมาณเล็กน้อยสามารถกระตุ้นกระบวนการฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เซลล์ภูมิคุ้มกัน “กิน” สิ่งแปลกปลอมและเซลล์ที่เสียหายได้ การสูดดมไอน้ำร้อนผสมน้ำมันยูคาลิปตัสจึงอาจช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานน้ำมันยูคาลิปตัสเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
Long COVID และการทำงานของไมโทคอนเดรีย
Long COVID หรืออาการที่ยังคงอยู่หลังการติดเชื้อโควิด-19 เป็นภาวะที่ซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ Dr. Seheult พบว่าอาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของไมโทคอนเดรีย โดยเฉพาะการเผาผลาญกรดไขมัน (Beta-oxidation) ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วย Long COVID การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การทำ Intermittent Fasting (งดอาหารเป็นช่วงๆ) เพื่อกระตุ้นการสร้างไมโทคอนเดรียใหม่ และการได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยฟื้นฟูอาการ Long COVID ได้
คำแนะนำในการดูแลตนเองในโรงพยาบาล
เมื่อเข้าโรงพยาบาล สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารกับแพทย์และพยาบาลอย่างชาญฉลาด การแสดงให้เห็นว่าคุณหรือคนในครอบครัวมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การรักษา และคำถามที่รอบคอบ จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ใส่ใจและให้การดูแลที่ดีขึ้น
เนื้อหาที่ Dr. Roger Seheult และ Dr. Andrew Huberman นำเสนอมีความละเอียดและอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น การทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงและภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ดูคลิปเต็มด้านบนเพื่อเจาะลึกข้อมูล หรืออ่านบทความเชิงลึกอื่น ๆ ต่อได้ในเว็บไซต์ของเรา