ประเด็นสำคัญ
- Peptides เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงสุขภาพกาย สุขภาพจิต และประสิทธิภาพ การใช้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- GLP-1 (เช่น Ozempic, Mounjaro) ช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาล โดยการใช้ในปริมาณน้อย (micro-dosing) ร่วมกับการออกกำลังกายและโปรตีนเพียงพอ สามารถลดการสูญเสียกล้ามเนื้อได้
- BPC-157 เป็น Peptide ต้านการอักเสบและช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แต่ปัจจุบัน FDA ได้สั่งห้ามการผสมยาแล้ว โดยมี Pentadeca Arginate (PDA) เป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
- Growth Hormone Releasing Peptides (GHRPs) เช่น Ipamorelin, Tesamorelin, Hexarelin ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone ตามธรรมชาติ เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น การฟื้นตัว และลดไขมัน
- NAD infusions แสดงผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในการเพิ่มพลังงาน ปรับปรุงอารมณ์ และการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย แม้กลไกทั้งหมดจะยังไม่เป็นที่เข้าใจถ่องแท้ แต่ผลลัพธ์ทางคลินิกน่าประทับใจมาก
- การทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ Compounding Pharmacies เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย และการปรับแต่งปริมาณยา Peptide ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ในวิดีโอจาก Huberman Lab ครั้งนี้ Andrew Huberman ได้รับเกียรติจาก Dr. Craig Koniver แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Performance Medicine ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการใช้ Peptide และ Hormone Therapies เพื่อยกระดับสุขภาพ ประสิทธิภาพ และส่งเสริมอายุที่ยืนยาว Dr. Koniver ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Peptide ชนิดต่างๆ รวมถึงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับกฎระเบียบของ FDA และความสำคัญของการทำงานร่วมกับแพทย์
Peptides คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
Peptide เป็นเพียงโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนไม่เกิน 40 ตัว ร่างกายของเราสร้าง Peptide นับแสนชนิด ซึ่งมีบทบาทหลากหลายในการทำงานของสมองและร่างกาย Dr. Koniver เน้นย้ำถึงศักยภาพของ exogenous peptides (Peptide ที่ได้รับจากภายนอก) ในการกระตุ้นกลไกต่างๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ
GLP-1: Peptide ยอดนิยมกับการลดน้ำหนัก
GLP-1 analogues เช่น Ozempic และ Mounjaro ได้รับความนิยมอย่างสูงในการลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 Dr. Koniver ชี้ว่าการใช้ในปริมาณน้อย (micro-dosing) และการค่อยๆ เพิ่มปริมาณยา ช่วยลดผลข้างเคียง เช่น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การลดไขมันในร่างกายยังส่งผลดีต่อสุขภาพสมองและลดการอักเสบโดยรวม
BPC-157: Peptide สารพัดประโยชน์ (แต่ถูก FDA ห้าม)
BPC-157 หรือ Body Protection Compound 157 เป็น Peptide ที่ Dr. Koniver ยกให้เป็นหนึ่งใน Peptide ที่ใช้งานมากที่สุดในคลินิกของเขา ด้วยคุณสมบัติในการต้านการอักเสบอย่างรุนแรง เร่งการสมานแผล และฟื้นฟูเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเอ็นและเส้นเอ็น อย่างไรก็ตาม FDA ได้สั่งห้ามการผสมยา BPC-157 แล้ว ทำให้แพทย์ต้องมองหาทางเลือกอื่น
Pentadeca Arginate (PDA): ทางเลือกใหม่ของ BPC-157
หลังจาก BPC-157 ถูกห้าม Dr. Koniver ได้แนะนำ Pentadeca Arginate (PDA) ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายคลึงกับ BPC-157 โดยมีการทดแทนกรดอะมิโนเพียงหนึ่งตัว และกำลังแสดงผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีในการลดการอักเสบและการฟื้นตัวเช่นเดียวกัน
Growth Hormone Releasing Peptides (GHRPs)
Peptide กลุ่มนี้ช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่ง Growth Hormone ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฟื้นตัว การสร้างกล้ามเนื้อ การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการนอนหลับที่ดีขึ้น
- Ipamorelin: เป็น GHRP ที่เฉพาะเจาะจงที่สุดและมีผลข้างเคียงน้อย ช่วยส่งเสริมการนอนหลับและลดไขมันใต้ผิวหนัง
- Tesamorelin: ได้รับการอนุมัติจาก FDA ในการลดไขมันในช่องท้อง และมีแนวโน้มที่ดีในผู้หญิง
- Hexarelin: ให้พลังงานที่สะอาด ไม่กระตุ้นความอยากอาหาร เหมาะสำหรับการออกกำลังกายแบบ Endurance และการใช้ในตอนเช้า
- GHRP-6 และ MK-677: กระตุ้นความอยากอาหารและเพิ่มมวลกล้ามเนื้ออย่างมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจไม่พึงประสงค์ เช่น การกระตุ้นคอร์ติซอลและโปรแลคติน
Dr. Koniver แนะนำหลักการใช้ Peptide แบบ '5 วันเปิด 2 วันพัก' เพื่อรักษาประสิทธิภาพของยา
NAD (Nicotinamide Adenine Dinucleotide)
NAD เป็นโคเอนไซม์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานในเซลล์ Dr. Koniver ยกให้ NAD เป็นสารสำคัญที่มีผลกระทบมากที่สุดที่เขาเคยใช้ในทางคลินิก การให้ NAD ทางหลอดเลือดดำ (IV infusion) ในปริมาณ 750 มิลลิกรัม แสดงผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในการเพิ่มพลังงาน ปรับปรุงอารมณ์ การฟื้นตัวจากอาการ Long COVID และเพิ่มความชัดเจนทางความคิด
แม้กลไกทางชีวเคมีทั้งหมดจะยังไม่เป็นที่เข้าใจ แต่ผลลัพธ์ทางคลินิกบ่งชี้ถึงศักยภาพอันมหาศาลของ NAD ในการเปลี่ยนแปลงสุขภาพของผู้คน นอกจาก IV infusion แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ เช่น การฉีดใต้ผิวหนัง (subcutaneous) และการรับประทานแบบ sublingual (ใต้ลิ้น) ซึ่งมีประสิทธิภาพรองลงมา
CoQ10 และ Methylated B Vitamins
Dr. Koniver เน้นย้ำว่า CoQ10 (200 มิลลิกรัมต่อวัน) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าของเซลล์ ช่วยในการผลิตพลังงาน ATP
นอกจากนี้ Methylated B Vitamins (เช่น Methyl B12, Methyl Folate) ก็มีความสำคัญในการลดระดับ Homocysteine ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังช่วยสนับสนุนกระบวนการล้างพิษของตับ
Pinealon และ Glycine: เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น
Pinealon เป็น Peptide ขนาดเล็กที่ Dr. Huberman และ Dr. Koniver ต่างประทับใจในความสามารถในการเพิ่ม Rapid Eye Movement (REM) Sleep อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูสมองและอารมณ์ เมื่อใช้ร่วมกับ Glycine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ระบบประสาทสงบลง ทำให้การนอนหลับมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น Glycine ยังช่วยสนับสนุนการล้างพิษตับในระยะที่ 2 อีกด้วย
Methylene Blue: เพิ่มพลังสมองและออกซิเจน
Methylene Blue ซึ่งเคยเป็นยาตัวแรกที่ถูกสั่งจ่ายในสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษ 1800 กำลังกลับมาได้รับความสนใจในฐานะสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียและเพิ่มออกซิเจนในเซลล์ มีรายงานว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ความจำ และยังอาจมีคุณสมบัติต้านไวรัสอีกด้วย
FDA, บริษัทยา และอนาคตของ Peptide
การอภิปรายที่น่าสนใจคือเรื่องบทบาทของ FDA ในการสั่งห้าม Peptide บางชนิด Dr. Koniver ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ FDA อาจมีเจตนาที่ดีในการปกป้องสาธารณะ แต่การตัดสินใจบางครั้งก็ดูเหมือนเป็นการ 'ยึดคืน' สารที่มีประโยชน์จากตลาด compounding pharmacies ซึ่งสามารถปรับแต่งยาได้ เพื่อเปิดทางให้บริษัทยาผลิตยาในรูปแบบที่แพงกว่าและมีผลกำไรสูงกว่า
Dr. Koniver ย้ำว่าในฐานะปัจเจกบุคคล เราต้องเป็นผู้สนับสนุนสุขภาพที่ดีที่สุดของตนเอง ค้นคว้าข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และทำงานร่วมกับแพทย์ที่เข้าใจและมีประสบการณ์ในการใช้ Peptide และ Hormone Therapies อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
พลังของความคิดเชิงบวก
ท้ายที่สุด Dr. Koniver เน้นย้ำถึงความสำคัญของความคิดเชิงบวก เขาเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดดีเกิดขึ้นจากความคิดเชิงลบ และการเลือกที่จะมองโลกในแง่บวกจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การมีทัศนคติเชิงบวกเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี อายุที่ยืนยาว และการค้นพบจุดมุ่งหมายในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้
เนื้อหาจาก Huberman Lab และ Dr. Craig Koniver เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง การใช้ Peptide และ Hormone Therapies ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
รับชมวิดีโอฉบับเต็มเพื่อรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออ่านบทความอื่นๆ ในหมวดชีววิทยาสู่ความเป็นเลิศ (Biohacking)