แสงสีแดงกับเมตาบอลิซึม: เปิดเผยผลกระทบของหลอด LED ที่คุณอาจไม่เคยรู้

วันนี้เรามาสรุปคลิปจากช่อง Andrew Huberman ที่พูดถึงเรื่อง 'Using Red Light to Improve Metabolism & the Harmful Effects of LEDs' ซึ่งมีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่สนใจสุขภาพองค์รวมและต้องการทำความเข้าใจว่าแสงที่เราสัมผัสในแต่ละวันส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไร โดยมี Dr. Glen Jeffery ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาจาก University College London มาให้ข้อมูลเชิงลึก

ดูวิดีโอต้นฉบับบน YouTube

สารบัญวิดีโอ

ประเด็นสำคัญ

  • แสงความยาวคลื่นยาว (แสงสีแดง, ใกล้-อินฟราเรด, อินฟราเรด) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไมโทคอนเดรีย เพิ่มการผลิต ATP และปรับปรุงเมตาบอลิซึม การมองเห็น และสุขภาพโดยรวม
  • แสงความยาวคลื่นสั้น (โดยเฉพาะช่วง 420-440 นาโนเมตร) จากหลอด LED สามารถทำลายไมโทคอนเดรีย ทำให้เกิดผลเสียต่อระดับน้ำตาลในเลือด การเพิ่มน้ำหนัก และสุขภาพอวัยวะต่างๆ
  • แสงแดดธรรมชาติเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมีสเปกตรัมที่สมดุล รวมถึง UV (สำหรับการผลิตวิตามิน D) และแสงความยาวคลื่นยาวที่ทะลุผ่านร่างกายได้ลึก
  • หลอดไส้ (Incandescent) และหลอดฮาโลเจน (Halogen) เป็นทางเลือกที่ดีกว่าหลอด LED สำหรับแสงในอาคาร เนื่องจากมีสเปกตรัมที่ใกล้เคียงกับแสงแดดธรรมชาติมากกว่า
  • การรับแสงความยาวคลื่นยาวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในตอนเช้า สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ได้

แสง: ปัจจัยสำคัญที่ถูกมองข้ามต่อสุขภาพของเรา

Andrew Huberman และ Dr. Glen Jeffery ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจและสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับผลกระทบของแสงต่อชีววิทยาของเรา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของแสงความยาวคลื่นยาว (เช่น แสงสีแดงและอินฟราเรด) และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากแสงความยาวคลื่นสั้น (เช่น แสงสีฟ้าจากหลอด LED) ที่เราสัมผัสอยู่ทุกวัน

พลังของแสงความยาวคลื่นยาว: ฟื้นฟูไมโทคอนเดรีย

งานวิจัยของ Dr. Jeffery แสดงให้เห็นว่าแสงสีแดง, ใกล้-อินฟราเรด (NIR) และอินฟราเรด ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับการมองเห็น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าของเซลล์ แสงเหล่านี้ถูกดูดซับโดย 'น้ำนาโน' ที่อยู่รอบๆ ไมโทคอนเดรีย ซึ่งจะเปลี่ยนความหนืดของน้ำและเร่งกลไกการผลิต ATP (พลังงานของเซลล์) นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการผลิตพลังงานอีกด้วย

ที่น่าทึ่งคือ แสงความยาวคลื่นยาวสามารถทะลุผ่านร่างกายได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เสื้อผ้า หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะ เพื่อไปถึงอวัยวะภายในและสนับสนุนไมโทคอนเดรียทั่วร่างกาย สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมการฉายแสงสีแดงในบริเวณเล็กๆ บนหลัง จึงสามารถส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทั่วร่างกายได้

มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าแสงสีแดงช่วยลดอัตราการตายของเซลล์ในเรตินา ช่วยรักษาการมองเห็นและปรับปรุงการรับรู้สี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ การสัมผัสแสงแดด (ซึ่งอุดมไปด้วยแสงความยาวคลื่นยาว) ยังเชื่อมโยงกับการมีอายุยืนยาวขึ้นและลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ

ภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่จากหลอด LED สมัยใหม่

Dr. Jeffery ชี้ว่าการเปลี่ยนจากแสงธรรมชาติและหลอดไส้แบบเดิม มาใช้หลอด LED ที่มีสเปกตรัมจำกัดและอุดมไปด้วยแสงความยาวคลื่นสั้น เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ร้ายแรงเทียบเท่ากับแร่ใยหินเลยทีเดียว

หลอด LED แม้แต่ชนิด 'วอร์มไวท์' ก็ยังคงมีแสงสีฟ้าช่วง 420-440 นาโนเมตรในปริมาณมาก และขาดแสงความยาวคลื่นยาวที่สมดุล การศึกษาในหนูพบว่าการสัมผัสแสง LED ทำให้ไมโทคอนเดรียเสื่อมลง การผลิต ATP ลดลง มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สมดุล ตับมีไขมันสะสม อวัยวะเล็กลง และแม้แต่ความผิดปกติของอสุจิ

ร่างกายของเราวิวัฒนาการมาภายใต้สเปกตรัมแสงที่ต่อเนื่องและสมดุลจากแสงแดดและเปลวไฟ แต่หลอด LED ที่มี 'สเปกตรัมเป็นหยักๆ' และไม่สมดุล เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ 'แปลกปลอม' ที่ไมโทคอนเดรียสามารถตรวจจับและตอบสนองในทางลบได้

ยิ่งไปกว่านั้น อาคารสมัยใหม่มักใช้หลอด LED ราคาถูกและกระจกที่บล็อกอินฟราเรด ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ยับยั้งสรีรวิทยาและสุขภาพของไมโทคอนเดรียอย่างเห็นได้ชัด

วิธีปฏิบัติเพื่อสภาพแวดล้อมแสงที่ดีต่อสุขภาพ

  • รับแสงธรรมชาติ: ออกไปรับแสงแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะในตอนเช้า แม้ในวันที่มีเมฆมากก็ยังมีแสงที่เป็นประโยชน์ การเลี้ยงสุนัขอาจช่วยให้คุณออกไปข้างนอกได้บ่อยขึ้น!
  • พิจารณาแสงในอาคาร: หากยังสามารถหาซื้อได้ ควรเลือกใช้หลอดไส้ (Incandescent) หรือหลอดฮาโลเจน (Halogen) เนื่องจากมีสเปกตรัมที่กว้างและต่อเนื่องใกล้เคียงกับแสงแดด การหรี่ไฟเหล่านี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพิ่มแสงอินฟราเรด และยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟอีกด้วย
  • อุปกรณ์แสงสีแดง: แม้แสงธรรมชาติจะดีที่สุด แต่อุปกรณ์ที่ให้แสงสีแดง/NIR (650-900 นาโนเมตร) แบบเฉพาะเจาะจงก็สามารถให้ประโยชน์ได้ เช่น การปรับปรุงการมองเห็น (3 นาที ทุก 5 วัน ในตอนเช้า แม้จะหลับตาก็ตาม) ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและหลีกเลี่ยงการใช้เลเซอร์เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป
  • นำธรรมชาติเข้าสู่ภายใน: ต้นไม้สะท้อนแสงอินฟราเรด การวางต้นไม้ในร่มและปลูกต้นไม้นอกอาคารสามารถช่วยสะท้อนแสงอินฟราเรดที่เป็นประโยชน์เข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยและทำงานได้
  • ปกป้องเด็กๆ: ให้ความสำคัญกับการจำกัดเวลาการทำงานหน้าจอในระยะใกล้ และให้เด็กๆ ได้ออกไปเล่นนอกบ้านอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะสายตาสั้น (myopia) และปัญหาสุขภาพตาในระยะยาว

ความหวังใหม่: แสงสีแดงกับโรคไมโทคอนเดรีย

Dr. Jeffery ได้แบ่งปันเรื่องราวที่น่าประทับใจของเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคไมโทคอนเดรียที่รุนแรง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมากในด้านการเคลื่อนไหวและอาการอื่นๆ หลังจากการสัมผัสแสงสีแดง สิ่งนี้เน้นย้ำถึงศักยภาพในการบำบัดของแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการแทรกแซงตั้งแต่เนิ่นๆ

เนื้อหาของ Dr. Andrew Huberman และ Dr. Glen Jeffery มีความละเอียดและสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเรา แนะนำให้ดูฉบับเต็มเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์และลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ดูคลิปเต็มด้านบน หรืออ่านบทความเชิงลึกอื่น ๆ ต่อเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น!