ไขข้อข้องใจ: ทำไมเราถึงป่วยบ่อยขึ้นในฤดูหนาว? และวิธีป้องกันจาก Andrew Huberman

ฤดูหนาวมาทีไร หลายคนก็มักจะป่วยเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่กันง่ายขึ้นเสมอ เคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? วันนี้เรามาสรุปเนื้อหาจากคลิป Ask Me Anything (AMA) ของช่อง Andrew Huberman ที่ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาชื่อดังจาก Stanford ได้มาไขข้อข้องใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดฤดูหนาวนี้

ดูวิดีโอต้นฉบับบน YouTube

สารบัญวิดีโอ

ประเด็นสำคัญ

  • ในฤดูหนาว เราป่วยง่ายขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เพราะอากาศเย็น แต่เพราะใช้เวลาในอาคารมากขึ้น ทำให้ใกล้ชิดกันและอากาศแห้ง
  • การหายใจทางจมูกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะขนจมูกและเยื่อบุเมือกเป็นปราการด่านแรกในการดักจับเชื้อโรค
  • การเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยเฉพาะตอนนอน ช่วยให้ทางเดินหายใจแข็งแรงและต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดีขึ้น
  • ไข้คือกลไกธรรมชาติของร่างกายในการทำลายไวรัส การลดไข้มากเกินไปอาจขัดขวางการทำงานของภูมิคุ้มกัน
  • การออกกำลังกายกลางแจ้งในฤดูหนาวเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรระวังเรื่องทางเดินหายใจแห้ง และรักษาความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ

ศาสตราจารย์ Andrew Huberman เริ่มต้นด้วยการตอบคำถามยอดฮิตว่า “ทำไมเราถึงป่วยเป็นหวัดและไข้หวัดใหญ่บ่อยขึ้นในฤดูหนาว?” งานวิจัยยืนยันชัดเจนว่าในฤดูหนาวมีอัตราการป่วยด้วยหวัดและไข้หวัดใหญ่สูงขึ้นจริง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง:

1. วันที่สั้นลงและอุณหภูมิที่เย็นลง: บังคับให้เราอยู่แต่ในบ้าน

ในฤดูหนาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตร วันจะสั้นลงและคืนจะยาวนานขึ้น หมายถึงเราได้รับแสงแดดน้อยลงและมีโอกาสสัมผัสกับอุณหภูมิที่เย็นจัดมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมหลักอย่างหนึ่งคือ การใช้เวลาอยู่ในอาคารมากขึ้น

2. ความใกล้ชิดในอาคาร: จุดแพร่เชื้อชั้นดี

เมื่อผู้คนใช้เวลาในอาคารมากขึ้น พวกเขาก็จะอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแพร่กระจายของเชื้อหวัดและไข้หวัดใหญ่ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่ายิ่งคุณอยู่ใกล้ผู้ที่ไอหรือจามมากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะติดเชื้อก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่แค่การไอจาม แต่การสัมผัสทางกายภาพ เช่น การจับมือ การกอด หรือแม้แต่การเช็ดหน้าแล้วไปสัมผัสสิ่งของ ก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน ดังนั้น การรักษาระยะห่างและสุขอนามัยที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนรอบข้างกำลังป่วย

ศาสตราจารย์ Huberman ยังเน้นย้ำว่า ทฤษฎีที่ว่าคนป่วย “ไม่แพร่เชื้อแล้ว” ในช่วงต้นหรือปลายของการป่วยนั้นไม่เป็นจริง ตราบใดที่ยังมีการไอหรือจาม นั่นหมายความว่าพวกเขายังคงแพร่เชื้อได้อยู่เสมอ

3. อากาศแห้งจากการทำความร้อนในอาคาร: ทำลายเกราะป้องกันธรรมชาติ

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือ อากาศในอาคารที่ถูกทำความร้อนมักจะแห้งกว่าอากาศภายนอกในฤดูหนาวมาก อากาศที่แห้งนี้ส่งผลให้เยื่อบุจมูกและช่องปากแห้ง ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไวรัสและแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เพราะเยื่อบุจมูกคือปราการด่านแรกของการป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ

4. พลังของการหายใจทางจมูก: เกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญ

จมูกของเราไม่ได้มีไว้แค่หายใจ แต่ยังเป็นระบบป้องกันการติดเชื้อที่ซับซ้อน ประกอบด้วย:

  • ขนจมูก: ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรอง ดักจับอนุภาคและเชื้อโรคขนาดใหญ่
  • เยื่อบุเมือก: ดักจับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึก
  • ไมโครไบโอม: แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์จำนวนมหาศาลที่อาศัยอยู่ในเยื่อบุเมือก ช่วยปกป้องเราจากการติดเชื้อ

ดังนั้น การหายใจทางจมูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ยกเว้นตอนกิน พูด หรือออกกำลังกายหนัก) จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางเดินหายใจโดยรวม งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่หายใจทางจมูกมักจะป่วยเป็นหวัดและไข้หวัดใหญ่น้อยกว่า ในขณะที่ผู้ที่หายใจทางปากบ่อยกว่าจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเป็นภูมิแพ้และการเจ็บป่วยต่างๆ

5. เพิ่มความชื้นในอากาศ: เคล็ดลับง่ายๆ ที่ได้ผล

เพื่อให้เยื่อบุจมูกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแน่ใจว่าอากาศที่คุณหายใจมี ความชื้นเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนขณะนอนหลับ การใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (humidifier) เป็นวิธีที่ดีในการช่วยรักษาความชุ่มชื้นของทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

6. อุณหภูมิร่างกายและไข้: กลไกธรรมชาติของภูมิคุ้มกัน

เมื่อเราเป็นไข้ ไข้คือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่พยายามจะเพิ่มอุณหภูมิร่างกายเพื่อ ทำลายเชื้อไวรัส การลดไข้มากเกินไปหรือเร็วเกินไปอาจขัดขวางกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตาม ไข้ที่สูงมากเป็นเวลานานก็อาจเป็นอันตรายต่อสมองและร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้น การจัดการกับไข้จึงต้องมีความสมดุล

7. การสัมผัสความเย็นและการหายใจแบบ Wim Hof (ข้อควรระวัง)

ในท้ายที่สุด ศาสตราจารย์ Huberman ได้กล่าวถึงคำถามเกี่ยวกับการอาบน้ำเย็นหรือการแช่น้ำเย็น และการหายใจแบบ Wim Hof ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นหัวข้อที่เขาจะเจาะลึกในตอนต่อไป แต่เขาได้ให้ข้อควรระวังว่า หากคุณกำลังเริ่มป่วยหรือติดเชื้อแบคทีเรีย/ไวรัสอยู่แล้ว การสัมผัสความเย็นหรือการหายใจแบบ cyclic hyperventilation อาจเป็นสิ่งที่ แย่ที่สุด ที่คุณจะทำได้ในสถานการณ์นั้นๆ

เนื้อหาของ Dr. Andrew Huberman มีความละเอียดและอ้างอิงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมาก แนะนำให้ดูฉบับเต็มเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์และรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อสุขภาพที่ดีในฤดูหนาว! ดูคลิปเต็มด้านบนเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรวจบทความสุขภาพเชิงลึกอื่นๆ จากเรา